กะหล่ำปลียัดไส้ไข่ตุ๋น เริ่มจากคว้านเนื้อกะหล่ำปลีออกเป็นวงกลมพอที่จะเทส่วนผสมไข่ลงไปได้

กะหล่ำปลียัดไส้ไข่ตุ๋น

กะหล่ำปลียัดไส้ไข่ตุ๋น  ควรเลือกหัวที่ค่อนข้างแน่น เวลาทำกะหล่ำปลีต้องเหลือเปลือกกะหล่ำปลีให้หนา ถ้าเหลือน้อย ๆ

ส่วนผสม
กะหล่ำปลี 1 หัว
ไข่ไก่ หรือไข่เป็ด (เบอร์ 0) จำนวน 2 ฟอง
น้ำซุป 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
แครอต หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
ต้นหอมซอย
พริกไทย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

วิธีทำ
แหวกกะหล่ำปลีให้เป็นช่องตรงกลางสำหรับใส่ไข่ลงไป กะดูว่าปริมาณไข่ที่จะใส่พอดีหรือไม่
ตอกไข่ใส่ชามแล้วตีให้ขึ้นฟู ใส่น้ำซุป น้ำปลา ซีอิ๊วขาว และพริกไทยลงไป ตีให้เข้ากัน ใส่แครอต นำไปหยอดใส่ลงในกะหล่ำปลีที่เจาะไว้
นำไปนึ่งจนกว่าไข่จะสุก โดยให้ใช้ส้อมกดลงไปดู ถ้าไม่มีน้ำไข่ดิบไหลออกมา เอาเป็นว่าใช้ได้ ปิดไฟ ยกลง โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย พร้อมเสิร์ฟ ได้ความหวานจากกะหล่ำ หอมกลิ่นไข่ตุ๋น ทานกกับข้าวสวยร้อนๆยิ่งเข้ากัน…

กะหล่ำปลียัดไส้หมู ลองมาทำเมนูกะหล่ำปลียัดไส้กันเถอะ เครื่องแน่นเว่อร์อร่อยเต็มคำ

กะหล่ำปลียัดไส้หมู

กะหล่ำปลียัดไส้หมู  มีทั้งไส้เนื้อสัตว์และไส้แบบเจ กินกับข้าวสวย ข้าวต้ม หรือกินเปล่า ๆ ก็ยังได้เลยนะ

ส่วนผสม
หมูสับ
กะหล่ำปลี (เลือกหัวเล็กเนื้อแน่น)
กระเทียม
พริกไทย
เมล็ดผักชีบดละเอียด
แครอต
แป้งสาลี
แป้งข้าวโพด
หอมหัวใหญ่
ซีอิ๊วขาว
ซุปก้อนสำเร็จรูป

วิธีทำ
นำกะหล่ำปลีล้างน้ำให้สะอาด ใช้มีดเจาะตรงกลางตรงขั้วแล้วคว้านนำเนื้อในกะหล่ำปลีออกให้เป็นวงกลม คว้านลึกแต่ไม่ต้องบางจนถึงผิวนอกไว้สำหรับยัดเนื้อหมูสับ
หมักหมูสับด้วยเครื่องเทศ ได้แก่ กระเทียม พริกไทย และเมล็ดผักชีบด ใส่แครอตหั่น แป้งสาลี และแป้งข้าวโพด แล้วนวดให้เข้ากัน
นำเนื้อหมูสับที่หมักยัดเข้าไปในกะหล่ำปลี ใช้ช้อนกดให้แน่น (ถ้าไม่แน่นตอนต้มเนื้อหมูจะแตกกระจาย)
ต้มน้ำซุปแบบง่าย ๆ โดยใส่หอมหัวใหญ่ แครอต กะหล่ำปลี (ที่คว้านออกมา) พริกไทย เมล็ดผักชีบด ซีอิ๊วขาว และซุปก้อน เมื่อน้ำซุปเดือดใส่กะหล่ำปลียัดไส้ลงต้มจนหมูสุกทั่ว ตักขึ้นมาพร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ ยิ่งเข้ากัน สามารถทำเองได้ง่ายมาก เครื่องแน่นแบบจุกๆกันไปแล้ว…

มื้อไหนก็ทำกินได้สำหรับเมนู ทอดมันปลากราย ไม่ใส่ไข่ก็นุ่มอร่อย

ทอดมันปลากราย

ทอดมันปลากราย เพิ่มเติมถั่วฝักยาวหรือถั่วพูตามชอบ น้ำพริกแกงถ้าตำเองได้จะหอมมากเลยค่ะ

ส่วนผสม
เนื้อปลากรายสับ 500 กรัม
พริกแกง 2+1/2 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วฝักยาวซอย 150 กรัม
น้ำปลา 2+1/2 ช้อนชา
ผงปรุงรส 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนโต๊ะ
พริกสีแดงกับพริกสีเขียวซอย 1 ช้อนชา
แตงกวาซอย 2 ช้อนโต๊ะ (ตามชอบ)

วิธีทำ
นำเนื้อปลากราย พริกแกง ใบมะกรูดซอย และถั่วฝักยาวซอย ผสมรวมกันในชามผสม ปรุงรสด้วยผงปรุงรส น้ำปลา และน้ำตาลทราย นวดคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากันจนหนืดและเด้ง นำกระทะตั้งไฟปานกลางใส่น้ำมันลงไป รอน้ำมันร้อน หยิบทอดมันชิ้นพอดีคำนำลงทอด พอสุกแล้วจัดใส่จาน
ผสมส่วนผสมทุกอย่างลงในหม้อ ยกเว้นแตงกวา แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนน้ำจิ้มมีลักษณะข้นเล็กน้อย ยกขึ้น ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ ใส่แตงกวาตามชอบ พร้อมเสิร์ฟคู่กับทอดมัน สามารถทำขายเป็นอาชีพก็ได้ หรือจะทำกินที่ก็ได้ ง่ายมาก สูตรเด็ดไม่ควรพลาด…

ไข่พะโล้ ไม่ใส่ผงพะโล้แต่หอมเครื่องเทศหนักมาก ไม่ใส่ผงชูรสด้วย

ไข่พะโล้

ไข่พะโล้  ต้มเป็นหม้อประหยัดเวลาและประหยัดแรงและกินได้ทั้งครอบครัว

ส่วนผสม
ไข่ไก่หรือไข่เป็ดเท่าที่มี
เกลือป่น (ใส่เล็กน้อยให้มีรสเค็มช่วยประหยัดเครื่องปรุงชนิดอื่น)
น้ำเปล่า ถ้าตุ๋นนานใส่ 3/4 ของขนาดหม้อภาชนะ
ปีกบนไก่ (น่องหรือสะโพก) ปริมาณตามชอบ
แท่งอบเชย 2-3 แท่ง (ใส่ให้พอมีกลิ่น)
ดอกโป๊ยกั๊ก ตามชอบ
น้ำตาลปี๊บ ใส่ตามชอบ (ถ้าชอบหวานกลมกล่อมใส่เยอะหน่อย ไม่มีใช้น้ำตาลทรายแทนได้ค่ะ หรือจะใส่น้ำตาลปี๊บ 1/2 ส่วน น้ำตาลทราย 1/2 ส่วนก็ได้ค่ะ)
ซีอิ๊วขาว (ช่วยเพิ่มความหอมอร่อย ชิมรสหลังจากใส่เกลือป่นก่อนเติมนะคะ)
น้ำปลา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ค่ะ)
ซีอิ๊วดำ (ช่วยเพิ่มสีของไข่พะโล้ ถ้าชอบเข้มมากใส่เยอะหน่อยค่ะ)

วิธีทำ
เริ่มแรกต้มไข่ก่อนเลยค่ะ ใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อยจะได้ปอกเปลือกง่ายขึ้นค่ะ ใส่น้ำเปล่าในหม้อภาชนะประมาณครึ่งหม้อภาชนะต้มจนเดือด จากนั้นใส่ปีกไก่ลงไปรอจนเดือด ใส่แท่งอบเชยและดอกโป๊ยกั๊กตามลงไป พอไก่สุกปรุงรสตามชอบ หลังปรุงรสเติมน้ำเปล่าลงไปให้ได้ 3/4 ของหม้อภาชนะ จากนั้นเคี่ยวต่ออีก 30 นาทีหรือจนไก่เปื่อยนุ่มตามชอบค่ะ เพียงเท่านี้ก็จะได้ไข่พะโล้แบบง่าย ๆ ไว้กินค่ะ สามารถทำเองได้ง่ายมากไม่ยากเลย แถมอร่อย หอมหวานกลมกล่อม…

ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู ใส่ผักแน่นเครื่องเยอะมาพร้อมน้ำซุปหวานหอมซดคล่องคอ ยิ่งต้มจนเปื่อยยิ่งอร่อย

ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู

ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู  วันนี้จะมาแชร์เมนูที่ยังไม่หลุดจากความเป็นจีนสักเท่าไรหลังจากผ่านเทศกาลตรุษจีนมา เป็นเมนูที่ทำง่าย ๆ มีประโยชน์

ส่วนผสม
รากผักชี 2-3 ราก
กระเทียม 3-4 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนโต๊ะ
กะหล่ำปลี 200 กรัม
หัวไชเท้า 250 กรัม
ผักกาดขาว 200 กรัม
ผักกวางตุ้ง 300 กรัม
ขึ้นฉ่าย 100 กรัม
กระดูกอ่อนหมู 1 กิโลกรัม
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
เห็ดหอม 10-15 ดอก หรือแล้วแต่ชอบ
น้ำมันหอย 5 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 4 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
ฟองเต้าหู้ 10-20 ชิ้น หรือแล้วแต่ชอบ
ซีอิ๊วดำ 1-2 ช้อนโต๊ะ (แล้วแต่ความเข้มของสีที่ชอบ)
น้ำสะอาด 1,500 มิลลิลิตร

วิธีทำ
เตรียม 3 เกลอ โดยโขลกกระเทียม รากผักชี และพริกไทยเม็ดให้ละเอียด เตรียมหั่นผักที่ใช้ในต้มจับฉ่ายและหั่นกระดูกหมู ตั้งหม้อหรือกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อนใส่ 3 เกลอลงไปผัดให้หอม และใส่หมูลงไปผัดให้พอสุก และใส่เห็ดหอมลงไปผัดด้วยกัน เมื่อหมูเริ่มสุกแล้วให้ทยอยใส่ผักที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้สลดจนหมด หากแห้งใส่น้ำนิดหน่อยได้ค่ะ ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส เกลือ และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำลงไปให้ท่วมผักและต้มจนเดือดช้อนฟองออก ใส่ฟองเต้าหู้ลงไปและปิดฝาตุ๋น 30 นาทีหรือจนกว่าผักจะเปื่อย แต่งสีด้วยซีอิ๊วดำ ในขั้นตอนนี้ให้ชิมรสชาตินะคะ หากไม่เค็มให้เพิ่มเกลือ จากนั้นปิดฝาตุ๋นอีก 5 นาที ปิดไฟ พร้อมจัดเสิร์ฟค่ะ บอกเลยว่าฟินเวอร์ ความหวานที่ออกมาจากผักต่างๆ บอกเลยว่าอร่อยมาก ต้มจับฉ่ายกระดูกหมู…

น้ำพริกอ่องหมู ใครสายน้ำพริกอยากให้ลองทำเมนูน้ำพริกอ่อง สูตรโฮมเมด

น้ำพริกอ่องหมู

น้ำพริกอ่องหมู  รสชาติเปรี้ยวเผ็ดกลมกล่อมแกล้มกับผักสดก็พออิ่ม หรือกินกับข้าวสวยก็ได้นะ

ส่วนผสม
พริกแห้ง 1 กำมือ (ปริมาณเพิ่ม-ลดได้ตามชอบ)
เกลือ 1 ช้อนชา
กระเทียม 5-8 กลีบ
หอมแดง 5 หัว
รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิ 1 ช้อนชา
เต้าเจี้ยว 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศหั่นชิ้น 1 ถ้วย
หมูสับ 500 กรัม
น้ำมะขามเปียก 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
ทำน้ำพริกอ่องโดยเอาพริกไปปั่น จากนั้นนำมาใส่ครก ใส่เกลือนิดหน่อย ตามด้วยกระเทียม หอมแดง และรากผักชี หรือก้านผักชี ตำพอแหลกใส่กะปิ ใส่เต้าเจี้ยวแทนถั่วเน่า ตำรวมกับน้ำพริก ตำละเอียดแล้วแต่ชอบ
เริ่มผัดโดยใส่น้ำมันในกระทะ เปิดไฟกลางค่อนไปอ่อน ใส่น้ำพริกที่ตำไว้ลงผัดให้หอม ใส่หมูสับ ถ้าติดมันจะอร่อยมาก ผัดให้หมูสุกดี ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน พอมะเขือเทศสุกเปื่อยแล้วชิมรสตามชอบ
ตักใส่ถ้วยพร้อมผักสด ๆ ตามชอบ กินกับข้าวเหนียว หรือข้าวสวยร้อน ๆ อร่อยถูกใจ ใครๆก็ทำได้ง่ายมาก สามารถทำได้เองที่บ้านไม่ต้องออกไปซื้อให้ยาก…

สปาเกตตีพริกแห้งหอยลาย

สปาเกตตีพริกแห้งหอยลาย

สปาเกตตีพริกแห้งหอยลาย

ส่วนผสม
น้ำเปล่า (สำหรับต้มสปาเกตตี)
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ (สำหรับต้มเส้นสปาเกตตี)
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
สปาเกตตี 100 กรัม
กระเทียมสับ 5 กลีบ
พริกแห้ง 6 เม็ดหั่นเป็นท่อน ๆ (หรือใส่ตามความเผ็ดที่ชอบ)
น้ำปลา 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
หอยลายทรงเครื่องรสชาติตามชอบ 1 กระป๋อง
ใบโหระพา ปริมาณตามชอบ

วิธีทำ
ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ และน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อไม่ให้เส้นติดกันและมีรสชาติ ตั้งเวลาต้ม 10-12 นาที หรือจนกว่าเส้นสุก พอครบเวลาล้างน้ำให้เส้นมีความเย็นขึ้นเพื่อไม่ให้เส้นสุกไปมากกว่าเดิม เตรียมผัดโดยตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืช พอน้ำมันร้อนแล้วใส่กระเทียม พริกแห้ง และหอยลาย ลงไปผัดให้หอม ใส่เส้นสปาเกตตีที่ลวกแล้วลงไปผัดให้เข้ากัน ชิมรสชาติ เนื่องจากหอยลายมีรสชาติที่หวานและเค็มอยู่แล้ว หากยังไม่เข้มพอให้เติมน้ำปลาและน้ำตาลทรายลงไปนิดหน่อย ใส่ใบโหระพาลงไปเพิ่มความหอม ผัดให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟได้เลย อร่อยมากกอมกินของพริกแห้ง…

ใครชอบกินอาหารทะเล ขอแนะนำ ต้มกะทิกุ้ง ใส่ใบเหลียงกับหอมแดง

ต้มกะทิกุ้ง

ต้มกะทิกุ้ง ปรุงรสด้วยพริกขี้หนู น้ำปลา และน้ำตาลทราย เพิ่มความหอมจากกะปิ

ส่วนผสม
กะทิ 500 มิลลิลิตร
กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
กุ้งสด 100 กรัม
น้ำปลา
น้ำตาลทราย
ใบเหลียง 1 ถ้วย
หอมแดง 7 หัว
พริกขี้หนู

วิธีทำ
เทกะทิใส่หม้อ ตามด้วยน้ำเปล่า ตั้งไฟกลางพอเดือด ใส่กะปิลงไป ตามด้วยกุ้งสด
ปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำตาลทราย
ใส่หอมแดง ใบเหลียง และพริกขี้หนู ชิมรสตามชอบ หอมกลิ่นเครื่องเทศและกะทิ กลมกล่อมเข็มข้นที่สุด สูตรเด็ดแบบนี้ต้องบอกไม่ควรพลาดกันนะคะ ของอร่อยแบบนี้สามารถลองทำตามได้เลยคะ…

เนื้อเค็มต้มกะทิ เอาใจสายเนื้อกับต้มกะทิเนื้อเค็ม ใส่หน่อไม้ดองและเครื่องสมุนไพรไทย

เนื้อเค็มต้มกะทิ

เนื้อเค็มต้มกะทิ  เพิ่มรสชาติด้วยกะปิ พริกสด น้ำตาลปี๊บ และมะขามเปียก

ส่วนผสม
เนื้อเค็ม 300 กรัม
หน่อไม้ดอง 300 กรัม
กะทิ 1 กล่อง (ประมาณ 250 มิลลิลิตร)
ตะไคร้ส่วนโคนยาวสักคืบ 2 ต้น (บุบให้แตกหรือจะซอยบางซอยหนาก็ได้)
ข่าหั่นแว่น 3-4 แว่น
หอมแดงไทยบุบ 15-20 หัว
กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ (ปรับตามชอบ)
รากผักชี 1 ราก
ใบมะกรูดฉีก
พริกบุบ
น้ำตาลปี๊บ
น้ำมะขามเปียก

วิธีทำ
เอาเนื้อติดมันไปตากแดดเดียวพอแห้ง หมักเกลือล้วนหรือหมักซอส หั่นเป็นชิ้นขนาดตามต้องการ
เอาหน่อไม้ดองเปรี้ยวมาต้มและล้างทำความสะอาด ใส่กระชอนสะเด็ดน้ำพักไว้
ตั้งหม้อใส่กะทิกล่อง 250 มิลลิลิตร เติมน้ำ 3 เท่า ใส่เครื่องได้แก่ ตะไคร้ ข่าหั่นแว่น หอมแดงไทยบุบ กะปิ รากผักชี ต้มไปพร้อมกัน ถ้าเป็นกะทิสดก็จะผสมหัวกับหางลงไปทีเดียว
พอกะทิเดือดใส่หน่อไม้และเนื้อลงไปเคี่ยวจนเปื่อย ถ้าแห้งไปก็เติมน้ำให้ได้ปริมาณตามต้องการ ถ้าชอบแบบกะทิข้น ๆ ก็เติมกะทิเพิ่มได้อีก ใส่ใบมะกรูดฉีกและพริกบุบเล็กน้อย ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำมะขามเปียก รอเดือดอีกครั้งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ตักข้าวสวยร้อนๆมาทานด้วยอร่อยมาก อยากให้คนที่ชอบกินเนื้อลองทำทานดูว่าอร่อยแค่ไหน สูตรเด็ดแบบนี้ไม่พลาดกันอย่างแน่นอน…

เตรียมปลาทูทอดกับผักสดหรือผักลวกมากินกับ น้ำพริกกะปิ กันเถอะ

น้ำพริกกะปิ

น้ำพริกกะปิ  สูตรนี้ใส่พริกขี้หนูสวน กระเทียม และหอมแดง ที่ขาดไมได้เลยคือมะเขือพวง ปรุงรสเผ็ดและเค็มตามใจชอบ

ส่วนผสม
พริกขี้หนูสวน (หรือปริมาณตามชอบ) 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมไทยปอกเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ
กะปิอย่างดี 2 ช้อน โต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
มะเขือพวง 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสวน (สำหรับโรยหน้า)
ผักสดและผักลวก
ปลาทูทอด 1 ตัว
ไข่เจียวชะอม

วิธีทำ
โขลกพริกขี้หนูสวน กระเทียม และหอมแดงพอหยาบ ใส่กะปิ น้ำตาลปี๊บ และมะเขือพวงลงไป โขลกให้เข้ากัน
ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว เติมน้ำต้มสุกคนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟคู่กับผักสด ผักลวก ปลาทูทอด และไข่เจียวชะอม ใครๆก็รู้จัก พูดแล้วน้ำลายไหลกันไปเลยจ้าา ของอร่อยเด็ดๆแบบนี้ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน…